[6000]บทนำ

posted on 22 May 2008 12:50 by dangerousfox

วันนี้ข้าน้อยดันเจือกอึด คริคริ สามเอ็นทรีในวันเดียว กร๊ากๆๆๆๆ

 

บลอคเล่นตอนแรกๆก็แบบนี้ เซ็ง - -"

 

สนุกสนานเฮฮาปาจิงโกะช่วงนี้ พึ่งกลับมาจากเซี่ยงไฮ้ สนุกสนานมากมาย

 

อิอิ ต่อกันแหลกเลยทีเดียว กร๊ากๆๆๆๆๆๆ

 

วันนี้ไปบลอคเพื่อนมาแบบว่า... - -"

 

โคตรบ้าเลยพี่น้อง

 

เดี๋ยวเพื่อนข้าน้อยที่เป็นสาววายก็จะเข้ามาเล่นบ้าง เหอๆ ตามกันมา อิอิ

 

ไม่เสียเวลาและมาอ่านกันเลยดีกว่าพี่น้อง

 

 

 

บทนำ

 

          เอ๋?...ที่นี่ที่ไหน แล้วเราเป็นใคร มาอยู่ที่นี้ได้ไงกันเนี่ย เด็กหนุ่มพึมพำออกมาด้วย

 

ความสงสัย เมื่อสังเกตเห็นถึงรอบๆตัวที่เป็นกำแพงดินสูงราวกับอยู่ภายในถ้ำที่มืดสลัวมองไม่

 

เห็นทางออกใดๆ

 

                /เมื่อกี้เราจำได้ว่า โดนแสงอะไรสักอย่าง แล้วก็หมดสติไปนี่นา ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย/ เด็ก

 

หนุ่มคิด พลางมองไปรอบๆตัว

 

                หนทางแสงสว่างในความมืดมิดยังมีอยู่ ถ้าเจ้ายังไม่หมดหวังเสียก่อน เจ้าจงเดินหาทาง

 

ออกของเจ้าจากทางทั้งสามภายในความมืดมิดนี้ เพื่อหลุดจากที่อันมืดมิดแห่งนี้เสียเถิด เสียงทุ้ม

 

ก้องดังขึ้นมาในความเงียบ

 

                ท่านเป็นใคร

 

                เจ้าไม่มีความจำเป็นต้องรู้หรอก เพราะอีกไม่นานเจ้าก็จะรู้เอง

 

          เด็กหนุ่มก็ก้าวเท้าตามที่เสียงพูดนั้นไปราวกับต้องมนต์ ทั้งที่เขาพยายามต่อต้านแต่ก็ไม่

 

สามารถหยุดเท้าทั้งสองข้างลงได้ จนมาพบประตูทั้งสามบาน แล้วเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีก

 

                เจ้าจงเลือกทางออก หนึ่งในสาม บานนี้ ประตูบานหนึ่งจะพาเจ้าไปสู่ทางแห่งแสงสว่าง

 

ประตูบานหนึ่งจะพาเจ้าไปสู่ความมืดมิด และทางที่สามจะพาเจ้าไปสู่ทางแห่งโชคชะตาเดิมของ

 

เจ้า จงไตร่ตรองให้ดี เพราะเจ้ามีสิทธิเลือกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น พอพูดจบ ประตูทั้งสามก็

 

เปล่งแสงสว่างแสบตาออกมา ก่อนที่รอบตัวของเขาจะกลายเป็นห้องเล็กๆห้องหนึ่ง

 

                แล้วทำไมผมต้องทำตามที่คุณบอกด้วย เด็กหนุ่มตะโกนถามด้วมความไม่ไว้วางใจ

 

                เจ้าจงเลือกทางออก หนึ่งในสาม บานนี้ ประตูบานหนึ่งจะพาเจ้าไปสู่ทางแห่งแสงสว่าง

 

ประตูบานหนึ่งจะพาเจ้าไปสู่ความมืดมิด และทางที่สามจะพาเจ้าไปสู่ทางแห่งโชคชะตาเดิมของ

 

เจ้า จงไตร่ตรองให้ดี เพราะเจ้ามีสิทธิเลือกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เสียงทุ้มนั่นดังขึ้นซ้ำอีกครั้ง

 

ราวกับตั้งโปรแกรมอะไรบางอย่างให้ทำซ้ำเหมือนเมื่อครู่

 

                เอาวะ เลือกก็เลือก ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนิ เด็กหนุ่มพึมพำ เบาๆ ก่อนจะใช้สมาธิ

 

เพื่อที่จะเลือกประตูทั้งสามบานเบื้องหน้า

 

                /ประตูสีฟ้านี้ดูน่าอึดอัดยังไงก็ไม่รู้ สีแดงนี้ไม่สบายใจบอกไม่ถูกแต่สำหรับ สีเหลืองดู

สบายใจที่สุดในประตูทั้งสามบานเลย อะ...เลือกได้แล้ว ช่างมันจะเป็นไงก็ไม่เป็นไรอยู่แล้ว (มั้ง)

เราเจออะไรมาเยอะ กับอีแค่เลือกประตู คิดมากไปได้ / เด็กหนุ่มคิดก่อนที่จะเปิดประตูสีเหลือง

 

ที่อยู่เบื้องหน้า แสงสว่างจากประตูส่องไปทั่วห้อง เด็กหนุ่มเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก

 

แล้วทุกอย่างก็หายไปพร้อมกับแสงสว่าง...

-----------------------------------------------------------------------------

 

                อ้าว...ท่านมานา นี่นา สวัสดีครับ

 

                ท่านมานา สวัสดีคะ นี้เธอ ท่านมานาดูรีบร้อนนะเนี่ย ใช่ๆ

 

                เฮ้ย!! มานานิ ดีดี จะรีบร้อนอะไรกันนักหนาเนี่ย

 

                เสียงทักทายจากหมู่เทพ... คุณอ่านไม่ผิดหรือตาฝาดประการใดหรอกครับ เทพ!!! ที่

 

กำลังเดินทอดน่องสวนทางกันเป็นจำนวนมาก ทักชายหนุ่มผมสีทองอร่ามเหมือนกับสีตานาม มา

 

นา ผู้กำลัง สาวเท้าไปยังสถานที่แห่งหนึ่งอย่างรวดเร็วตามทางเดินที่ถูกปูด้วยพรมแดง สถานที่ที่

 

ชายหนุ่มอยู่ในตอนนี้คือปราสาทลักษณะโบราณหลังใหญ่มโตดูสะอาดเอี่ยมราวกับพึ่งสร้างมา

 

สดๆร้อนๆ ที่อยู่กลางจักรวาลของพวกเรา และตอนนี้เขากำลังรีบเดินเพื่อเข้าสู่ห้องประชุมขนาด

 

ใหญ่กลางปราสาท

 

                ขอประทานโทษครับที่มาสาย ชายหนุ่มกล่าวไปอย่างเหนื่อยอ่อน ต่อหน้าเหล่าเทพ

 

จำนวนมากที่นั่งอยู่ภายในโถงห้องประชุมขนาดยักษ์เบื้องหน้า

 

                เออร์เธ่ ไม่มาอีกแล้วเรอะเนี่ย ช่างเถอะ อย่างไรก็ดีเขายังส่งเจ้ามาแทน ไปเข้าไปนั่งที่

 

ซะไป เทพชั้นผู้ใหญ่ที่นั่งอยู่สูงขึ้นไปหลายสิบหลายร้อยชั้นเหนือชายหนุ่ม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

 

ส่วนมานาก็ต้องลากตัวไปนั่งยังที่ที่จัดไว้โดยพยายามไม่แสดงสีหน้าเบื่อหน่ายออกมาให้เห็น

 

                เออร์เธ่ ไม่มาอีกแล้ว แปดครั้งแล้วนะ

 

                ครับๆ คราวหน้าจะพยายามกำชับให้มาครับ

 

                คราวที่แล้วก็พูดแบบนี้ เอาละ ไปดูการประชุมดีกว่า

 

                สำหรับ มานา โซลอมซิส ตอนนี้ใบหน้าคมคายของเขากำลังแสดงความน่าเบื่อออกมาให้

 

เห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนเทพที่มีนามว่า เออร์เธ่ นั่นมีศักดิ์เป็นพี่ชายของมานา เขาเป็นเทพที่มี

เรือนผมสีน้ำเงินน้ำทะเล ส่วนสีตาเป็นสีเขียวมรกต ซึ่งเป็นเทพผู้ปกครองดาวโลก

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

---------------   

 

                มา กลับมาแล้วเรอะเออร์เธ่ผู้กำลังนอนอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาขนาดใหญ่อย่างสบาย

 

ใจ พูดขึ้นมาโดยไม่แม้จะหันไปทางน้องชายที่พึ่งเดินเข้ามาเลยสักนิด เขาสาวเท้าเข้าไปหา

 

พี่ชายที่กำลังนอนอย่างสบายใจ ก่อนจะตะโกนถามด้วยเสียงที่คิดว่าเออร์เธ่จะหันมาตอบเขาได้

 

มากที่สุด

 

                เพ่!!! ไหนบอกผมว่าจะไปประชุมไง ไหงโบ้ยมาให้ผมงี้ละเพ่

 

                พี่ก็แค่ไหว้วานเฉยๆเองนะ ทำไมจะต้องไปแทนพี่จริงๆด้วยละ

 

                ก็มันเป็นหน้าที่นะพี่ พี่ลืมไปแล้วเหรอ

 

                พี่ไปทำก็หน้าที่ของพี่นะเออร์เธ่ตอบ พลางทำสีหน้ากวนส้นเหมือนกับน้ำเสียงของตน

 

                นั่งๆนอนๆ อ่านหนังสืออยู่บนโซฟาเนี่ยนะ

 

                อยู่กับพี่มาหกเจ็ดพันปีเนี่ยไม่รู้เลยจริงเหรอเออร์เธ่ ถามกลับ

 

                อย่าบอกนะว่าหน้าที่ที่พี่ว่าคือการดูแลมนุษย์โลกงี่เง่าพวกนั่นเหรอ พี่ต้องไปดูแลเจ้า

 

พวกมนุษย์ ที่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของพี่เนี่ยนะ พี่จะไปห่วงทำซากทำไม สงคราม

 

ทั้งหลายที่เกิดเพราะพวกมันนะ เดี๋ยวพี่ก็แย่หรอก ตอนนี้พี่ไม่ต้องเป็นห่วงพวกมันหรอก ช่างมัน

 

เถอะ มาช่วยกันหาเทพจำแลงทั้งห้าเถอะพี่ มานาสวนพี่ชายตนกลับอย่างไม่ลดละ ส่วนความ

 

รู้เท่าไม่ถึงการณ์ นั่นก็เริ่มตั้งแต่ช่วงเวลาในอดีตที่ทั้งสองคนก็ถูกเตือนว่าถ้าไม่อยากมีอะไรให้

 

ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ก็ระวังไม่ให้เกิดสิ่งมีชีวิตบนโลกแม้แต่ชนิดเดียว

 

แต่มีอยู่วันหนึ่งที่เออร์เธ่ต้องไปทำงานที่ปราสาทกลางจักรวาล เวลานั้นคือเวลาที่ทำให้

 

เกิดสิ่งมีชีวิตบนโลกของเขาพอดิบพอดี ซึ่งในอดีตเออร์เธ่เป็นคนที่ขี้สงสาร แตกต่างกับสมัยนี้

 

เลยปล่อยจนกลายเป็นโลกเช่นในปัจจุบัน

 

เออใช่ แล้วการประชุมครั้งนี้เป็นไงบ้าง เออร์เธ่ปิดหนังสือเล่มหนาดังปึก เงยหน้า

 

ขึ้นมามองน้องชายเบื้องหน้า แล้วถามเปลี่ยนเรื่องที่พูดอยู่ทันที

 

ก็เรื่องเดิมแหละพี่

 

อ่อ เหรอ หลังพูดจบเออร์เธ่ก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังโต๊ะตัวใหญ่ที่อยู่กลางห้อง

 

เรื่องเดิมที่ว่านั้น มันคือเรื่องของการขัดแย้งระหว่างดวงดาว และ เทพ แต่ถ้าไม่ใช่ดาว

 

โอรอน กับ เพธีอุส ที่เป็นถึงผู้กุมความยิ่งใหญ่ในจักรวาล เรื่องมันก็คงไม่มาถึงสภาเทพชั้นสูงนี้

 

หรอก

 

แล้วมีเรื่องอื่นไหม

 

มีพี่...เรื่องคำทำนายของเทพโฟร์ทเทิล เทพแห่งการทำนายอะพี่ มานาตอบกลับด้วยสี

 

หน้า (แล้วแต่)

 

เรื่องพวกนี้อีกแล้วรึเนี่ย งมงายเสียจริง จะเกิดก็เกิดไปซิมันเกี่ยวอะไรกับพี่ละ คำพูด

 

ตัดบทจากผู้เป็นพี่ชายก่อนจะเดินหนีหายไปดื้อๆ

 

พี่เดี๋ยวสิ...เดี๋ยว มันเกี่ยวที่... อ้าว ไปซะแล้วประตูสีน้ำตาลปิดลงก่อนที่มานาจะพูดจบ

 

ทั้งๆที่มันเป็นเรื่องสำคัญมากแท้ๆ...

               

จบบทนำ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

มาเม้นท์ให้แล้วเฟ้ย คุณเคะ.........
ด้วยความที่มันไม่ถนัดอ่านนิยายเท่าไหร่ แต่จะพยายามนะ อันดับแรก เราว่ามันรวบรัดไปนิด ในฐานะที่เป็นนิยาย น่าจะบรรยายอะไรให้มากกว่านี้เพราะยังไม่เห็นภาพ
แต่เพราะเป็นตอนแรก อยากดูภาพรวมมากกว่านี้ก่อนแล้วจะเม้นท์อีกทีนะเพื่อน
แล้วก็สุดท้าย...
ทำไมอ่านภาษาที่แกใช้แล้วรู้สึกว่าเคะขึ้น...
เผ่น!!!!!!!!!!!!

#1 By projectZORO on 2008-05-22 13:08

มาม

#2 By bechong (203.157.44.104) on 2008-05-22 13:08

อ่าๆ มาเม้นท์ให้แย้วย้วย (<<<อะไรของมัน)

คอมเม้นท์แรก... แอ้

ฮา... เคะ...

กร๊าก

ข้าน้อยยิ่งมึนกว่าเดิม ก็เรื่องบรรทัดนี่สิ...

เดี๋ยวข้าน้อยไปหาวิธีล็อกอินเข้าบล็อคตัวเองก่อน จริงๆแล้วบล็อคนั่นก็มีไว้เพื่อแต่งนิยายเหมือนกัน

แต่เผอิญว่าขี้เกียจแต่งเลยปล่อยร้าง...

#3 By ซอลล่าน้องรัก (58.9.246.194) on 2008-05-22 20:42

มาเม้นต์ให้แล้ว นะบูม^^

อ่านที่เด็กดีแล้วหล่ะ ดีๆแต่งต่อไปเรื่อยน่อ จะรอออ่าน

โดยเฉพาะ...(เว้นไว้ในฐานะที่เข้าใจ)

แล้วจะมาใหม่

#4 By [P]iiZopran0 (118.174.172.64) on 2008-05-23 12:06

เย้ๆ บูมลงนิยายในนี้ด้วย
จะเข้ามาอ่านบ่อยๆน๊า

#5 By น้ำ (124.121.162.159) on 2008-05-30 22:15