048 - ความยากลำบาก

posted on 21 Jan 2012 08:29 by dangerousfox
 
Leaders are made, they are not born.
They are made by hard effort,
which is the price which all of us must pay to
achieve any goal that is worthwhile.
Vince Lombardi 
 
(คำแปล - ผู้นำถูกสร้างขึ้น ไม่ได้เป็นแต่กำเนิด
พวกเขาผ่านความลำบากมามากมาย
ความลำบากที่พวกเราต้องฝ่าฟันสู่จุดมุ่งหมายอันมีคุณค่า)

:http://www.brainyquote.com/
 
 
 

    บางทีความยากลำบากมันก็สั่งสอนให้คนเราเข้มแข็งขึ้น...

    แม้ว่าเราจะไม่ต้องการจะเจอมัน...

    แต่บางทีถ้าเราไม่เจอมัน...เราก็คงไม่ได้เติบโตขึ้น...

    ...

    ...สำหรับผมอีกไม่ถึงสองอาทิตย์ก็จะจบม.๖แล้ว...(แม้ว่ากิจกรรมใหญ่ๆจะยังไม่จบลงก็ตาม...) เวลาเรียนมีไม่ถึงสิบวัน...

    แถมยังต้องเจอการเข้าค่ายเขาชนไก่อีกหกวัน...

    งานต่างๆก็เยอะ ปัญหาต่างๆก็เข้ามาที่ผม(และเพื่อนๆ)

    ...

    บอกตรงๆว่าผมอยากจะผ่านช่วงเขาชนไก่นี่ไปให้เร็วที่สุด...หลังจากนั้นอะไรหลายๆอย่างก็เริ่มจะคลี่คลายลง ทำให้ผมได้หายใจหายคอขึ้นบ้าง...

    เคยบ้างไหมครับ?

    ...

    ที่ต้องไปทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่มันจำเป็น?

    ...

    ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยเป็น...แต่อยู่ที่ว่าจะเลือกทางไหนระหว่าง...

    "อดทนฝ่าฟันความยากลำบาก"

    หรือ

    "เดินถอยหลังหนีมันไป"

    ...

    ไม่รู้นะครับ...สำหรับผมเองผมเชื่อว่าความยากลำบากทั้งหลายนั้นช่วยสั่งสอนให้คนเราเติบโตขึ้น อย่างมีคุณภาพ...

    ความลำบากเนี่ย...สร้างคนมานักต่อนัก...

    คุณตัน...หนึ่งในเจ้าสัวที่ร่ำรวยที่สุดเคยผ่านยากลำบากที่สุด...เดินขายของอยู่ริมถนน เปิดเพิงหนังสือเล็กๆ ก่อนจะประสบความสำเร็จ

    ไอน์สไตน์ ประสบปัญหาเรื่องการคำนวณ แต่เขาก็ใช้ความพยายาม และพรสวรรค์ พรแสวงของเขาเป็นแรงขับดันในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ

    สตีเฟ่น ฮอฟกิ้น นักฟิสิกส์คนสำคัญของยุคปัจจุบัน...เขาต้องฝ่าฟันโรคร้ายของเขา แม้จะลำบากแต่เขาก็ยังไม่ยอมแพ้

    ประเทศญี่ปุ่น...ไม่ว่าจะถูกทำลายย่อยยับขนาดไหนในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ แต่เขาก็สามารถลุกขึ้นกลับมาอย่างองอาจและภาคภูมิบนเวทีโลก

    ...

    ความลำบาก...

    ถ้าเราสามารถนำบทเรียนที่มีมาปรับใช้ มาปรับปรุงให้ตัวเองพัฒนายิ่งขึ้น สิ่งที่เราเคยเรียกว่า "อุปสรรค" มันก็อาจจะแปรเปลี่ยนเป็น "พลังขับดัน" ให้กับชีวิตของเรา

    ...

    แล้วคุณล่ะครับ?

    เลือกที่จะเรียกมันว่า

    "อุปสรรคขัดขวาง"

    หรือ

    "พลังขับดันชีวิต"

    ???



ป.ล.๑ อาทิตย์หน้าไปเขาชนไก่แล้วครับ...ไม่อยู่เขียน ไม่อยู่อัพแน่...คงมาอัพวันจันทร์แทน...เหอๆ (กลับมาแล้ว)
ป.ล.๒ ผลสอบออกอังคารหน้าๆครับ
ป.ล.๓ ...ไม่ผ่านรอบสองทุนสิงคโปร์...แต่...ไม่ได้ซีเรียสเพราะทำเต็มที่แล้ว...ก็ทำให้ผมได้รู้ว่ายังต้องเหนื่อยอีกมากนะ...
ป.ล.๔ จะจบแล้วจริงๆครับ...งานวันอำลาวันที่ ๓ ก.พ. สอบไฟนอล(ไม่มีมิดเทอมอะ...ฮ่าๆ)เสร็จ ๑๐ ก.พ. คอนเสิร์ตรุ่น ๒๔ ก.พ. กีฬาสี ๙ มี.ค. ปัจฉิม ๑๖-๑๘ มี.ค....
ป.ล.๕ โคตรใจหาย...
ป.ล.๖ สุขใจอิ่มใจอย่าลืมปา "ดราก้อนบอล" นะครับ
ป.ล.๗ เดี๋ยวจะตอบ FAQ ที่ดองไว้ชาติเศษแล้วววววววว
ป.ล.๘ วันอาทิตย์นี้สอบตรงลาดกระบังครับ...(วันศุกร์สัมภาษณ์นร.รางวัลพระราชทาน...ถ้าได้นี่โคตรจะภูมิใจ ไม่นึกว่าจะได้...เหอๆ)
ป.ล.๙ ผมจะผ่านเขาชนไก่และกลับมาให้ได้!!! (ไม่ได้ไปตาย...ฮ่าๆ) คงคิดถึงที่บ้าน ที่โรงเรียนโคตรๆ...ประเด็นคือ...การบ้านเยอะมาก...- -"
ป.ล.๑๐ หนึ่งเม้นท์ของท่านสำคัญโคตรๆ
ป.ล.๑๑ ถ้าอยากคุยกับผมก็...กด แฟนเพจ นะครับ ^^
ป.ล.๑๒ เจอกันอาทิตย์หน้านะครับ เอ้ย วันที่ ๓๑ ม.ค.
ป.ล.๑๓ 现在近春节的时候,我祝你们幸幸福福!. 新正如意,新年发财!红包多多给!
(คำแปล - ตอนนี้ก็ใกล้วันตรุษจีนแล้ว...ขอให้ทุกคนโชคดี ซินเจียยู่อี้ ซินนี้ฮวดไช้(จำวิธีอ่านแบบแต้จิ๋วไม่แม่นแล้ว...เรียนแต่จีนกลาง...- -") อั่งเปาตั่วๆไก้ (ขอให้โชคดีมีสุข ได้รับอั่งเปาเยอะๆ))
 
 
 
 
สวัสดีครับ
  

edit @ 21 Jan 2012 08:37:58 by I am DangerousFox

edit @ 21 Jan 2012 17:39:04 by I am DangerousFox

047 - วันเด็ก...วันของเด็ก?

posted on 14 Jan 2012 15:58 by dangerousfox
 
 
The most interesting information comes from children,
for they tell all they know and then stop.
Mark Twain
(คำแปล - ข้อมูลที่น่าสนใจมากที่สุดมักจะมาจากเด็ก เพราะพวกเขาจะพูดสิ่งที่รู้ออกมาทั้งหมด
:http://www.brainyquote.com/
 
 
 

    ...

    ทุกวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมถือว่าเป็นงานวันเด็กแห่งชาติในทุกๆปี...สำหรับผมเองผมไม่ค่อยมีประสบการณ์ที่น่าจดจำสักเท่าไหร่ในเทศกาลที่เด็กๆมีความสุข

    ผมไม่เคยตื่นเต้นเมื่อใกล้จะถึงวันเด็ก...

    ผมไม่เคยตื่นเต้นและเฝ้ารอคอยที่จะต้องไปนั่งเก้าอี้ของนายกรัฐมนตรี

    ผมไม่เคยตื่นเต้นที่จะได้เห็นรถถัง

    ...

    ไม่รู้สิ...

    ...

    ตั้งแต่เด็กๆ ผมจำได้ว่า...เด็กๆหลายคนมักจะเลือกวันเด็กเป็นวันที่ต้องออกไปเที่ยว ไปเล่น หรือสัญญากับผู้ใหญ่ว่าจะทำตัวดีๆ เป็นเด็กดี

    ผมไม่แน่ใจว่าที่ผมเป็นแบบนี้มันแปลกประหลาดหรือดูแปลกแยกจากเด็กคนอื่นๆรึเปล่า...

    แต่สำหรับผมแล้ว...

    ที่่บ้านรวมถึงที่โรงเรียนเคยพูดให้ผมฟังว่า...

    "ให้ถือว่าวันทุกวันเป็นวันพิเศษ แล้วจงทำสิ่งที่พิเศษในทุกๆวัน"

    ...

    ถึงแม้จะไม่ได้พูดบ่อยแต่ผมก็จำได้ขึ้นใจสำหรับประโยคนี้...ผมว่าทุกๆคนคงทราบกันดี...

    ...

    มันหมายถึง...ทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษต่างๆ เช่น วันแม่ วันพ่อ วันครู แล้วจงทำในสิ่งที่วันนั้นๆควรจะทำ...

    ไม่ใช่พอถึงวันพิเศษทีก็ทำทีหนึ่ง...

    ...

    ก็จริงนะครับ...

    มนุษย์นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการแรงกระตุ้นสำหรับทำอะไรพิเศษๆ...

    ไม่ว่าจะเด็กจะผู้ใหญ่ ทุกคนก็เป็นเหมือนกัน...

    เอาเถอะ...

    สำหรับผม...ผมไม่อยากให้วันเด็กเป็นวันที่มีไว้สำหรับเด็กเท่านั้น แต่อยากให้...วันเด็กเป็นวันที่คนทุกๆคนในประเทศนี้...

    "มองเห็นความสำคัญของเด็ก"

    วันเด็กกี่ปีๆ...พวกผู้ใหญ่พร่ำบอกแต่ว่าเด็กเป็นอนาคตของชาติ...พวกเราต้องพัฒนาเยาวชนให้มีคุณภาพ...แต่ระยะเวลาที่ผ่านมาในชีวิตผม...ผมยังไม่เคยเห็นอะไรเป็นรูปธรรมเลยสักนิด...

    ...

    ไม่ว่าจะหลักสูตร การสอน...แล้วที่หนักที่สุด...

    "การเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก"

    ...

    เอาเป็นว่าผมจะไม่ลากให้มันแรงกว่านี้แล้วกันนะครับ...

    แต่สิ่งที่ผมอยากจะกระตุกให้ทุกท่านได้ทราบไว้...อย่างน้อย...ผมมองว่าการที่สามารถทำให้คนใดคนหนึ่งแม้เพียงหนึ่งคนได้มองเห็นความสำคัญและคิดที่จะลงมือทำ...

    ...คนหนึ่งคนนั้นก็สามารถทำให้เด็กอีกหลายสิบคนทำตาม...

    เมื่อเด็กอีกหลายสิบคนทำตาม...เพื่อนเด็กอีกนับร้อยก็จะทำตาม...

    ...

    มันก็ยังดีกว่าแค่พูดปาวๆแล้วก็หายไปเมื่อหมดเทศกาล...

    ...

    วันเด็กทั้งที...ผมว่าผู้ใหญ่ทุกคนควรจะเริ่มคิดได้แล้วว่า...

    "จะทำยังไงให้อนาคตของชาตินี้...นำแสงสว่างมาสู่เรา"

    ...


ป.ล.๑ ...นั่นสินะ...บางทีวันเด็กที่ดูเหมือนจะเป็นวันของเด็ก ควรจะเป็นวันที่ผู้ใหญ่คิดว่าจะพัฒนาอนาคตของชาติน้อยๆนี้ได้อย่างไร...ไม่ใช่เพียงแค่เปิดทำเนียบ เปิดรถถัง...
ป.ล.๒ วันที่ ๒๕ ผมไปเขาชนไก่ครับ...นั่นหมายความว่าอาทิตย์นั้นผมจะไม่อยู่...T^T อยากจะร้องไห้...ขี้เกียจ...ที่จริงถ้าที่เขาชนไก่มันมีที่ปลดทุกข์หนักอย่างถูกสุขอนามัยนะครับ...ผมจะไม่กังวลใดๆในโลกหล้านี้อีกแล้ว...- -"
ป.ล.๓ กลับมาก็จบเลย...
ป.ล.๔ วันเด็กปีนี้ผมไปซ่อมโรงเรียนให้เด็กแทน...ฮ่าๆ วันอาทิตย์ครับ
ป.ล.๕ ถูกใจ เห็นด้วย อย่าลืมปา "ดราก้อนบอล" นะครับ
ป.ล.๖ ช่วงนี้ติดซีรี่ย์ญี่ปุ่นอย่างหนัก...เรื่องเดอะ บอสอะครับ...โคตรโหด...เหอๆ
ป.ล.๗ ขอให้มีความสุขกันทุกคนนะครับ
ป.ล.๘ หนึ่งเม้นท์ของท่านสำคัญโคตรๆ
ป.ล.๙ อย่าลืมกดไลค์ Fanpage นะครับ ^^
ป.ล.๑๐ เจอกันอาทิตย์หน้านะครับ
ป.ล.๑๑ พึ่งกลับมาจากสอบทุนสิงคโปร์...อุฮิ
 
 
 
 
สวัสดีครับ

   

edit @ 18 Jan 2012 18:11:46 by I am DangerousFox

046 - คุณครู

posted on 07 Jan 2012 08:48 by dangerousfox
 
 
I like a teacher who gives you something
to take home to think about besides homework. 
(คำแปล - ฉันชอบครูืที่มอบบางสิ่งบางอย่างกลับไปคิดนอกจาก...การบ้าน)
~Lily Tomlin as "Edith Ann"
 

    "ครู"

    คำสั้นๆที่มีความหมายลึกซึ้ง...ผมเชื่อว่าแต่ละคนก็คงมีคำจำกับความของคำๆนี้แตกต่างกันไป...แล้วแต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาในชีวิตนักเรียน

    ปิศาจ

    นางฟ้า

    พ่อแม่

    พี่น้อง

    เพื่อน

    หรือว่าจะเป็นบทบาทใดๆก็ตาม...

    ...แล้วทุกท่านล่ะครับ? มีมุมมองต่อครูของท่านยังไงบ้าง? ลองนึกๆดูสิครับ ผมให้เวลาลองนึกช่วงอึดใจเลื่อนหน้าจอดูนะครับ...^^

    ...

    ...

    ...

    ...
   
    ... ปิ๊งป่อง!

    ผมต้องขอกล่าวก่อนว่า...ที่จริงผมไม่ค่อยใช้คำว่า"ครู"ซักเท่าไหร่นัก...โรงเรียนผมเป็นโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ดังนั้นครูที่สอนในห้องเรียนส่วนใหญ่จะเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยด้วย ผมก็เลยมักจะใช้คำว่า "อาจารย์" เสียจนชิน

    แต่ก็คงหยวนๆได้ล่ะมั้งครับ...

    ...

    ช่วงเวลาใกล้ๆจะจบนี่แหละครับ...ทำให้ผมนั่งนึกถึงเรื่องราวและอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่อยู่ในโรงเรียนแห่งนี้

    หนึ่งในเรื่องราวที่ผมเก็บมาคิด...แน่นอนคือเรื่องของ...

    "อาจารย์"

    คนที่เปรียบได้เหมือนกับ "พ่อแม่คนที่สอง" ตามที่ใครหลายๆคนได้กล่าวไว้...

    ...

    สำหรับผม...

    "อาจารย์"

    ไม่ใช่เพียงพ่อแม่คนที่สอง...

    ถ้าจะให้อธิบายความรู้สึกและคำจำกัดความ...ผมคงอธิบายไม่ได้หมด... ความรู้สึกที่มีมันมากมาย และอัดแน่นตลอดช่วงระยะเวลาสิบสองปีที่ผ่านมา

    เวลาที่ผมเครียด ไม่รู้จะปรึกษาใคร...ผมก็เลือกที่จะพูดคุย ปรึกษากับอาจารย์...

    เวลาที่ผมประสบความสำเร็จ...ผมก็เลือที่จะบอกกับอาจารย์

    เวลาที่ผมเล่นสนุก บางครั้งอาจารย์ก็มองดอยู่ห่างๆ บางครั้งอาจารย์ก็เข้ามาร่วมเล่นด้วยกันอย่างมีความสุข

    เวลาที่ผมต้องการแอบโกหกพ่อแม่เพื่อทำอะไรบางอย่าง...อาจารย์ท่านก็มักจะรู้ก่อนเป็นคนแรกๆเสมอ

    เวลาที่พวกผมมีความรัก...พออาจารย์รู้ก็จะมาช่วยกันเอาใจช่วย บางทีถึงขั้นช่วยหาลู่ทางสำหรับการสร้างความสัมพันธ์เสียด้วยซ้ำ

    เวลาที่พวกผมผิดหวัง...ทุกครั้งท่านก็จะมาตบไหล่ให้กำลังใจ นั่งบิวท์อารมณ์ไปพร้อมกับเรา

    เวลาที่พวกผมทำอะไรไม่ดี...ทุกครั้งท่านก็มักจะวิ่งไล่ ดีไม่ดีวางแผนหลอกจับพวกผมเสียด้วยซ้ำ...

    เวลาที่ผมทำอะไรผิดพลาด...บางครั้งก็ดุด่า บางครั้งก็ตักเตือน บางครั้งก็ปลอบประโลมด้วยความรักและความห่วงใย

    ...

    ทั้งหมดที่ผมพูด...มันยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ผมได้สัมผัส...

    สิบสองปีที่ผ่านมา คำๆนี้...คนๆนี้ ได้เติมเต็ม ได้ทำให้ชีวิตของผมมีสีสันขึ้นอย่างน่าประหลาด...

    บางครั้งท่านก็เป็นเหมือนพ่อแม่ ที่คอยดุด่าลูก เป็นห่วงลูก ให้ทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความรัก และความเท่าเทียม

    บางครั้งท่านก็เป็นเหมือนพี่น้อง ที่คอยเป็นแหล่งระบายอารมณ์ ที่ปรึกษาเมื่อยามที่เราไม่กล้าจะปรึกษากับพ่อแม่

    บางครั้งท่านก็เป็นเหมือนเพื่อน ที่คอยอยู่ข้างๆเวลาเราเศร้า เวลาเราอกหัก เวลาเราสมหวังในความรัก หรือยอมให้เราแอบล้อเล่น แอบเฮฮาเล่นมุขโปกฮาไปวันๆ

    ...

    คำว่า "ครู" นี้...

    แม้จะประกอบแค่ตัวอักษรสองตัว...และสระอีกหนึ่งตัว...มีเพียงหนึ่งพยางค์แต่ความหมาย คำจำกัดความมันช่างมหาศาล อัดแน่นอยู่ในคำสั้นๆคำนี้...

    ...

    เคยได้ยินที่มาของคำว่าครูไหมครับ?

    "ครู"

    "ค" นั้นมาจากคำว่า "คน" ที่หมายความว่า...การทำให้คนนั้นเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ...เติมเต็มชีวิตของนักเรียนให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง เข้มแข็ง

    "ร" นั้นมาจากคำว่า "รัก" ที่หมายความถึง...ความรักที่ไร้ขอบเขต ความรักที่บริสุทธิ์ คุณครูที่รักนักเรียนเหมือนลูกในไส้ของตัวเอง มอบความรู้มอบทุกสิ่งอย่างเต็มที่เพื่อลูกๆของท่าน

    "สระอู" เมื่อประกอบกับ "ค" และ "ร" นั้น...ก็มีความหมายครับ...สระอูที่มีรูปร่างเหมือนแก้วน้ำ เหมือนกะละมังที่อยู่ใต้ "คน" และ "ความรัก" นั้น...ก็หมายถึงความเป็นแหล่งที่รวบรวมความรักและสร้างเสริมให้คนนั้นมีความรักอย่างสมบูรณ์แบบ...นอกจากนี้...การที่สระอูอยู่ใต้ "ค" นั้น...ก็หมายถึงแหล่งรองรับความทุกข์ ความเศร้าของนักเรียนที่กำลังจะเติบโตเป็นคนในอนาคต

    ...

    ถึงแม้จะเป็นเพียงแค่คำสั้นๆ...

    แต่ความหมายมันมหาศาล...

    มากมายเกินกว่าที่จะอธิบายได้...

    ...

    คนที่สร้างคนได้นับล้านเหล่านี้...

    อย่างน้อยก็ทำให้ผมได้เติบโตมาเป็นคนได้อย่างสมบูรณ์...

    ...

    แม้ว่าผมจะไม่ใช่เด็กดี...แม้ว่าผมจะไม่ได้เรียนเก่ง แม้ว่าผมจะไม่เคยตั้งใจเรียน แม้ว่าผมจะไม่ค่อยเชื่อฟัง แม้ว่าผมจะดื้อดึง เถียงกับคุณครูอยู่บ่อยครั้ง

    แต่สิ่งที่ผมจะไม่ทำเด็ดขาดคือ...

    "เนรคุณคุณครูที่เป็นพ่อแม่คนที่สอง"

    ...

    ผมอยากจะขอบคุณ...

    สำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมาในระยะ ๑๒ ปีมานี้...

    ...

    ...

    "รักนะครับคุณพ่อคุณแม่(คนที่สอง)" ^^



ป.ล.๑...วันนี้ที่จริงเพื่อนๆผมหลายๆคนไปสอบเจ็ดวิชากัน ผมไม่ได้ไปสอบ...วิศวะ จุฬาไม่ได้ใช้...เหอๆ...เลยส่งกำลังใจไปแทน...ฮ่าๆๆ
ป.ล.๒ อีกสองอาทิตย์ผมไปเขาชนไก่ครับ...วันที่ ๒๘ ม.ค.ผมเลยอาจจะไม่ได้มาอัพนะครับ...คงมาอัพเย็นๆวันที่ ๓๐ ๓๑ เหอๆ...
ป.ล.๓ โรงเรียนผมจะพาไปดูสี่แผ่นดินเดอะมิวสิคัลด้วยยย ><
ป.ล.๔ วันศุกร์ที่ผ่านมาผมได้คุยกับอาจารย์เรื่องนี้พอดี...โคตรจริงๆ...เป็นเรื่องที่ทำให้ผมยิ่งนึกขึ้นมาได้...
ป.ล.๕ ๑๒ ปีนี่มันผ่านไปเร็วจริงๆ...ผมอยู่มาตั้งแต่ป.๑ ตอนนี้ม.๖แล้ว...เร็วมากๆ...
ป.ล.๖ ถูกใจอิ่มใจ อย่าลืมปา "ดราก้อนบอล" นะครับ
ป.ล.๗ หนึ่งเม้นท์ของท่านสำคัญโคตรๆ
ป.ล.๘ ...ผ่านปีใหม่มาหนึ่งสัปดาห์แล้ว...ได้เวลาโพสส.ค.ส.แล้วสินะ...ฮิๆ ขอบคุณทุกๆท่านจริงๆครบ ปีนี้ได้มาเยอะมาก ไม่นึกว่าจะได้ขนาดนี้ ขอบคุณนะครับ ^^
ป.ล.๙ ช่วงนี้ก็ใกล้จุดไคลแมกซ์ของชีวิตมัธยมของผมแล้วครับ...ยังเหลือกีฬาสี คอนเสิร์ตรุ่น ปัจฉิม บลาๆๆ
ป.ล.๑๐ เจอกันอาทิตย์หน้านะครับ...^^
ป.ล.๑๑ ...พึ่งนึกขึ้นได้ ไอ้ที่มาของคำว่าครูนี่ผมแต่งขึ้นมาเล่นๆนะครับ ไม่ได้เอามาจากที่ไหน...เหอๆ
 
 
 
 
สวัสดีครับ 
(ขอบคุณนะครับ
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังด้วย ^^)


edit @ 7 Jan 2012 16:22:55 by I am DangerousFox

045 - เหลียวหลังแลหน้า

posted on 31 Dec 2011 08:43 by dangerousfox


I must govern the clock, not be governed by it.
(คำแปล - ฉันต้องควบคุมเวลา...ไม่ใช่ให้เวลาควบคุมเรา)
Golda Meir
http://www.brainyquote.com
 
 
 
    ...

    วันนี้ก็วันสิ้นปีแล้วสินะครับ...

    ...

    ผมเคยได้ยินมาจากบางคนว่า...ช่วงเทศกาลปีใหม่จะเป็นช่วงที่คนจะรำลึกถึงอดีต...และมองไปที่อนาคต...

    บางคนจะเอาความผิดพลาดในอดีตมาแก้ไข

    บางคนจะวางความผิดพลาดและลุยต่อ

    บางคนคอยแต่เพ้อฝันถึงความสวยงามในอดีต

    บางคนคอยกังวลถึงอนาคต...

    ...

    ผมเองก็เป็น...

    เทศกาลปีใหม่นี้จะเป็นการฉลองปีใหม่ครั้งสุดท้ายในชีวิตมัธยมของผม เพราะผมเองก็กำลังจะจบไปจากโรงเรียนนี้แล้ว

    ถ้าจะพูดจริงๆแล้ว...งานปีใหม่ปีนี้...เหนื่อยพอสมควร...เพราะผมกับเพื่อนต้องเป็นคนจัดงานด้วยในบางส่วน ทั้งจะเล่นเอง คุมฐานบีบีกัน บลาๆๆๆ
 
 
    ...มันเหนื่อยครับ...แต่ก็สนุก
 
 
    เคยเป็นไหมครับ...

    พองานเสร็จสิ้น...หรือใกล้วันสิ้นปี คุณจะมองไปที่เหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีต แล้วก็คิดถึงมัน ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี...โหยหาถึงความสุขในตอนนั้น หรือว่าชิงชังความทุกข์ในเวลานั้น

    ผมก็เป็นครับ...

    ระยะเวลา ๖ ปี...ไม่สิ ๑๒ ปีที่ผมอยู่ที่โรงเรียนนี้มันก็ผ่านไปเร็วมาก...

    เพื่อนที่อยู่ด้วยกัน เล่นด้วยกัน คุยด้วยกัน...จากเมื่อก่อนที่เป็นเด็กร้ายเดียงสา ซนไปวันๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย...ตอนนี้เติบโตกันเป็นวัยรุ่นที่ต้องมีความคิดและการไตร่ตรองมากขึ้นกันหมดแล้ว...

    อีกไม่ถึงเดือน...ผมก็จะจบจากการเป็นนักเรียนม.ปลาย...

    ผมแอบเสียดายช่วงชีวิตก่อนหน้านี้...ที่ผมไม่ค่อยได้ทำอะไรมากมาย เอาแต่เรียนไปวันๆ...โชคยังดีที่ยังมาคิดได้ช่วงสามสี่ปีหลังมานี้...

    ...

    พอได้มองไปในอดีต...

    ได้เห็นถึงความสวยงาม ความสุข ความทุกข์ ประสบการณ์ และช่วงเวลาต่างๆที่ได้ร่วมงานกับกลุ่มเพื่อนๆของผม...

    พอได้มองไปที่อนาคต...

    ชีวิตการเรียนมหาวิทยาลัย ชีวิตการงาน ชีวิตที่จะต้องดิ้นรนคนเดียว...

    ...

    มันอาจจะลำบาก...แต่นั่นก็คือชีวิต...ที่เราต้องดิ้นรนต่อไป

    ...

    ปีใหม่ปีนี้เป็นปีใหม่ที่พิเศษสำหรับผมปีหนึ่ง...

    ไม่ใช่ที่ความประทับใจ...

    แต่เป็นเพราะว่า...ปีใหม่นี้ทำให้ผมได้คิดได้มองอะไรมากขึ้น...

    ...

    เทศกาลปีใหม่นี่...

    เป็นเทศกาลแห่งการเหลียวหลังแลหน้าจริงๆ...
 
 
 
 
ป.ล.๑ ตอนนี้ผมอยู่เชียงใหม่ครับ...กลับมานอนที่บ้าน...ฮ่าๆ
ป.ล.๒ งานปีใหม่ปีนี้ผมโคตรเหนื่อยเลย...ตอนเช้าช่วยเพื่อนทำงาน วิ่งวุ่นรอบโรงเรียน พอพิธีการเสร็จ...เปลี่ยนจากชุดนักเรียนเป็นไปรเวทแล้วไปคุมฝ่ายทะเบียนฐานบีบีกัน...(โรงเรียนผมปีนี้มีบีบีกัน!!! ไฮโซว์อ้าาาา) สักบ่ายโมงไปยืนๆแถวฐานไต่หน้าผา สองโมงดูเพื่อนเล่นดนตรี เหนื่อยนะ...แต่สนุก ชอบ...ยิ่งรู้สึกรักเพื่อนๆมากขึ้นไปอีก...
ป.ล.๓ ...สอบเสร็จหมดแล้วครับ (ไม่สอบกสพท.ฮ่าๆๆๆ) ลั้ลลามากๆ...
ป.ล.๔ ยากนะ...แต่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้เหมือนกัน เลยช่างแม่ง...- -"
ป.ล.๕ เชียงใหม่หนาวดี ชอบๆ...ฮ่าๆ กลับมาไม่ผิดหวัง
ป.ล.๖ ผมไปเขาชนไก่...๒๕-๓๐ ม.ค....บัดซบมากๆ...T^T เหอๆ...
ป.ล.๗ ...อีกสี่เดือนนี่...จบแบบสมบูรณ์...(เพราะคอนเสิร์ตเลื่อนเป็น ๒๔ กุมภา กีฬาสีไป ๙ มีนา...)
ป.ล.๘ ถูกใจ อิ่มใจ อย่าลืมปา "ดราก้อนบอล" นะครับ
ป.ล.๙ หนึ่งเม้นท์ของท่านสำคัญโคตรๆ อ่อ อย่าลืมกดไลค์หน้าเพจนะครับบบบบบ
ป.ล.๑๐ เจอกันอาทิตย์หน้าครับ
ป.ล.๑๑ สวัสดีปีใหม่นะัครับ...(ส่งส.ค.ส.ให้)
  (福 แปลว่าโชคดีครับ)


สวัสดีครับ

edit @ 31 Dec 2011 09:38:56 by I am DangerousFox

044 - Do your best

posted on 24 Dec 2011 18:53 by dangerousfox


"เราควรทำวันนี้ให้เหมือนกับวันสุดท้ายของชีวิต
เพราะนั้นแปลว่าเราต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด
เพราะไม่มีวันพรุ่งนี้ให้แก้ตัวอีกต่อไปแล้ว"
ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์
เภสัชกรผู้อุทิศตนเพื่อผู้ป่วยโรคเอดส์ในทวีปแอฟริกา
(อ้างอิง - http://www.vcharkarn.com/varticle/39293)
 
 
 
 
    พึ่งกลับมาจากการสอบครับ...

    หลายๆคนก็คงรู้สึกเหมือนกันกับผม...ส่วนหนึ่งก็เครียด ส่วนหนึ่งก็คงกำลังเศร้า หรือบาง
ทีก็กำลังก่นด่าโคตรเหง้าศักราชของผู้ออกข้อสอบ

    ...

    ผมก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเครียด...

    ...

    ทำไมเราทำได้ไม่เหมือนคนอื่น? ทำไมเราทำมันไม่ได้? (ความเห็นส่วนตัว - ที่จริงผมว่า

คนที่ทำได้ทั้งหมดสบายๆคงไม่ใช่คน...- -")

    ...

    แต่พอมานั่งคิดๆดู ด้วยความโชคดีที่ผมได้สอบที่โรงเรียนผมเอง...ผมเลยเดินไปที่ห้อง
พักครูที่อาจารย์ยังอยู่...

    บางทีการปรับทุกข์มันก็อาจจะทำให้ผมสบายใจขึ้น

    ...

    สิ่งที่ผมได้รับกลับมา...

    นอกจากความสบายใจแล้ว...มันทำให้ผมคิดได้อีกอย่าง...

    "ในเมื่อเราพยามยามตั้งใจทำที่สุดแล้ว...จะไปเศร้าทำไมล่ะ?"

    ...

    ประโยคนี้ของอาจารย์ทำให้ผมได้มานั่งคิด...

    ก็จริงว่าเราทำได้ไม่มากอย่างที่คิด อย่างที่หวัง...

    แต่ก็อย่าลืมว่าเราได้พยายาม เราได้ทำดีที่สุดแล้ว...ถึงจะไม่ได้ดีเยี่ยม ถึงจะไม่ใช่ดีที่
สุด...แต่เราก็ยังได้ทำ...ยังทำได้บ้าง...ไม่ใช่ไม่ได้ทำเลย...

    ...

    ประโยคนี้ทำให้ผมนึกถึงระยะเวลาที่ผ่านมา...บางครั้งเราเซ็ง เราเครียด...ไม่ใช่ว่าเราทำ
ไม่ได้...แต่ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเราไม่เตรียมตัว...ทำไม่เต็มที่...

    ...

    พอผลออกมาเราก็มัวแต่เสียใจเพราะว่าเราไม่พยายามไม่ทุ่มเท...

    ...

    ไม่ว่าจะงานไหน...ถ้าเราไม่ได้พยายามทำเต็มที่ มันก็น่าเสียดายนะครับ...

    เอาจริงๆมันก็สอนให้ผมได้รู้สึกภูมิใจกับทุกสิ่งที่ผมทำอย่างเต็มที่...อย่างน้อยเราก็ไม่ได้
ท้อแท้ แต่เรายังพยายามทำมันให้สำเร็จ...

    ...

    แม้ผลจะไม่ได้ดีเยี่ยม...

    ...

    แต่เพียงแค่เราได้ทำเต็มที...ก็เป็นที่น่าพอใจแล้ว...



ป.ล.๑ แอบเครียดจริงๆนะครับ แต่ก็นะ...เครียดไปก็เท่านั้น ช่างแม่ง ผมเองก็จะเรียนที่ไหนก็ได้แล้ว...
ณ จุดๆนี้
ป.ล.๒ ผลคัดเลือกนร.พระราชทานก็...ออกมาดีครับ เตรียมสคริปวันเดียวกับซ้อมอีกนิดหน่อยให้พอ
ชิน...เห็นอาจารย์ผมบอกว่าผ่านรอบนี้แล้ว...เหลือรอบสุดท้าย...หวังไว้ลึกๆว่าจะได้...เหอๆ
ป.ล.๓ เอาจริงๆ...การที่เราทำไม่ได้...ก็ไม่ได้หมายความว่าคนส่วนใหญ่จะทำได้นี่นา...เอิ๊กๆ
ป.ล.๔ ผมชอบคำคมครั้งนี้จริงๆนะครับ ชอบมากๆ
ป.ล.๕ มองโลกในแง่ดีบ้างอะไรบ้าง...ฮ่าๆ
ป.ล.๖ ถูกใจ อิ่มใจ อย่าลืมปา "ดราก้อนบอล" นะครับ
ป.ล.๗ ช่วงนี้ผมเองเนือยๆแปลกๆ...คงหลายๆเรื่อง...ถ้าผ่านจุดนี้ไปได้เดี๋ยวก็คงปกติเอง...เหอๆ
ป.ล.๘ หนึ่งเม้นท์ของท่านสำคัญโคตรๆ
ป.ล.๙ เจอกันอาทิตย์หน้านะครับ...อ้อ สุขสันต์วันคริสต์มาสต์แล้วก็สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าเลยละกันครับ
ป.ล.๑๐ สอบเสร็จวันจันทร์...เหอๆ...แอบเครียดๆอยู่เหมือนกัน...
ป.ล.๑๑ ยังเปิด Q&A ไปเรื่อยๆนะครับ ฮ่าๆๆๆๆ เดี๋ยวค่อยรวบรวมอีกที...
 
 
 
 
สวัสดีครับ